Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the gutener domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/thaiload/domains/wisdomthai.org/public_html/wp-includes/functions.php on line 6121
แง่คิดมุมมอง ของพี่โทนี่ ในคลับเฮาส์ - ปัญญาวุฒิ มูลนิธิ

แง่คิดมุมมอง ของพี่โทนี่ ในคลับเฮาส์

ทักษิณ-ธนินท์พูดการทำธุรกิจในครับเฮาส์
คลับเฮาส์กำลังกลายเป็นที่ที่”กูรู”ในบ้านเราใช้ปล่อยของก่อนหน้านี้”ธนินท์เจียรวนนท์”สร้างความฮือฮามาติวเข้มให้”เถ้าแก่ใหม่”ไม่กี่วันต่อมา”อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร”ในชื่อแอคเคาน์ว่า” โทนี่วู๊ดซัม”หรือ”พี่โทนี่”เปิดสอนหลักสูตรธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs คนเข้าไปฟังถล่มทะลายคนฟัง7-8หมื่นคน
อดีตนายกทักษิณ(พี่โทนี่)
พี่โทนี่ เริ่มด้วยการเล่าบทเรียนการทำธุรกิจของตัวเองที่ล้มเหลว ตั้งแต่ทำร้านผ้าไหม จึงหันมาทำธุรกิจภาพยนตร์ โดยเอารถยนต์ไปจำนำได้เงินมา 1 ล้านบาท สุดท้ายก็หมดตัว ก็เลยหันมาจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ด้วยความเคยชิน ทำอะไรแบบเดิม ๆ ไม่มีวิสัยทัศน์ สุดท้ายก็ขาดทุนและเป็นหนี้
สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ คือ ต้องมีไอเดีย ค่อย ๆ สร้าง ค่อย ๆ เรียนรู้ ต้องรู้จักคบเพื่อน เรียนรู้จากประสบการณ์และหาความรู้ตลอดเวลา “คนเราโง่มาก่อนฉลาดเสมอ” นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด
มีคนถามว่าเวลาล้มเอาแรงที่ไหนลุกกลับมาได้ พี่โทนี่ตอบว่าเคยจะต้องไปขึ้นศาลวันรุ่งขึ้น แต่คืนนั้นก็หลับสนิทดีไม่ได้เครียดจนนอนไม่หลับต้องรู้จักปล่อยวาง ตื่นมาค่อยคิดใหม่ ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้แบก ฉะนั้นเวลานอนอย่าแบกปัญหา จะทำงานใหญ่ต้องใช้เวลาและสมาธิ ถ้านอนไม่เต็มที่แล้วจะเอาสติที่ไหนไปจัดการปัญหา
ในการทำธุรกิจต้องใช้คนให้ถูกกับงานเขาเล่าว่าช่วงหนึ่ง AIS จากเบอร์หนึ่งร่วงมาเบอร์ 2 ต่อมาพบว่าเพราะเอาคนจากรัฐวิสาหกิจมาทำงาน ทำให้คนเอากฎหมายเป็นใหญ่ ไม่มีใครกล้าทำอะไร เขาก็เลยบอกว่า ใครทำผิดกฎแล้วทำบริษัทเจริญ จะขึ้นเงินเดือนให้ ปรากฏว่ากฎหดตัวลง และแป๊ปเดียวขึ้นมาที่ 1
สิ่งหนึ่งที่พี่โทนี่ย้ำในวันนั้นคือ ดูให้รู้ว่าอะไรคือปัญหาและแก้ไขตรงนั้นให้ถูกจุด บางทีกฎเกณฑ์ที่มากไปก็ทำให้พนักงานรีดความสามารถตัวเองออกมาได้ไม่เต็มที่ต้องเลือกใช้คนให้ถูก ใครมีศักยภาพก็ดึงขึ้น ใครศักยภาพลดก็ดึงลง ต้องเปิดโอกาสให้คนเก่งได้ทำงาน คนเก่งต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา
ที่สำคัญคือต้องรักษาลูกน้องไว้ ถึงเศรษฐกิจจะแย่ แต่พี่โทนี่บอกว่าไม่เคยจ่ายเงินให้พนักงานช้า เพราะพนักงานก็ต้องเลี้ยงครอบครัว ถ้าเราจนก็อย่าให้ลูกพนักงานจนด้วย อย่าให้พนักงานรู้ว่าเราแย่ ค่าใช้จ่ายมันอาจจะสูง แต่ถ้าเราเลี้ยงดูพนักงานดี ๆ ร่วมหัวจมท้ายไปด้วย ยังไงเราก็พึ่งเขาได้แน่นอน
เคล็ดลับในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นพี่โทนี่ตอบเลยว่าคือไอเดีย เราต้องมีไอเดียในการทำธุรกิจ ดู Business Model ดี ๆ อย่าเพิ่งเชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังทำมันดีที่สุดแล้ว อย่าไปหลงรักไอเดียตัวเอง แล้วต้องทบทวนตัวเองอยู่เสมอว่าที่ทำอยู่ทำเงินกับเราจริงไหม ไอเดียเราถูกไหม ถ้าไม่ดีต้องทำให้ดีขึ้น ถ้าดีแล้วต้องทำให้ดีขึ้นไปอีก
ต้องอัพเดตตามโลกให้ทัน เพราะเราต้องศึกษาปัจจุบันแล้วทำธุรกิจเพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ใช่ทำธุรกิจของเมื่อวาน เราก็จะต้องแข่งกับคนอื่นไปตลอด แต่ SMEs ต้องอดทน วันนี้ทั่วโลกลำบากหมด เหมือนกับการดำน้ำถ้าเราดำได้นานกว่าเราก็ชนะ สำคัญคือรัฐต้องสนับสนุนให้ธุรกิจอยู่ได้และเติบโต
วัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องสำคัญมา ถ้ามันใช้ไม่ได้องค์กรก็แย่ หัวหน้าต้องลุยไปด้วยกันกับลูกน้อง หัวหน้าต้องทำเอง และเรียนรู้ไปกับลูกน้อง ตัวเขาเองแรก ๆ ก็ไม่ค่อยมีความรู้ แต่เรียนรู้จากลูกน้องตลอด ไม่มีใครเก่งที่สุดในทุกด้าน เราต้องทำงานด้วยกัน เรียนรู้ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน แล้วจะทำให้การทำงานเป็นทีมเกิดขึ้นต้องยุติธรรมกับลูกน้อง ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เลือกคนให้ถูกกับงาน ใครเก่งด้านไหนก็ทำด้านนั้น บางคนไม่เก่งแต่เป็นคนดี ก็หาที่ที่เขาอยู่ได้แล้วใช้ความสามารถที่มีได้เต็มที่
เคล็ดลับอีกข้อในการทำธุรกิจพี่โทนี่บอกว่า ต้องกล้าลงทุน กล้าเสี่ยง ยิ่งเสี่ยงยิ่งได้เงิน แต่ต้องเป็นความเสี่ยงที่เราคำนวณแล้วว่าเรารับไหว บางที SMEs มักจะเป็นธุรกิจความเสี่ยงสูง ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้เพราะกลัวความเสี่ยง ฉะนั้นถ้าอยากให้เศรษฐกิจเดินหน้า รัฐจะให้แค่เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องประกันความเสี่ยงด้วย เช่น ถ้าทำเจ๊งรัฐจะรับประกันให้ 25% เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจกล้าเสี่ยง แล้วรัฐต้องกล้ารับความเสี่ยงและช่วยกระจายความเสี่ยงด้วย
ส่วนคำถามที่ว่าหลังโควิดโลกจะไปทางไหนพี่โทนี่มองว่าหลังโควิด หลังล็อคดาวน์ คนจะอยากช็อปปิ้งล้างแค้นเพราะไม่ได้ช็อปกันมานานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ แต่แบบออฟไลน์จะลดลง ออนไลน์จะมาแรง คนได้เรียนรู้และชินกับพฤติกรรมจากการ Work from Home แล้ว ทำให้เราเรียนรู้ที่จะ Buy from Home เพราะสะดวก ดังนั้นต่อไปนี้ใครที่เปิดร้านขาย ถ้าไม่ทำออนไลน์ด้วยจะลำบาก
ประเทศเรามีรายได้จากการท่องเที่ยว 10% ของ GDP ถ้าไม่ช่วยท่องเที่ยวประเทศก็ไม่รอด ฉะนั้นประเทศต้องเปิด ต้องให้คนทำมาหากินได้มากกว่านี้ แจกเงินให้ SMEs ก็แค่ต่อลมหายใจ ไปเป็นค่าเช่าบ้าน เงินเดือนลูกน้อง แต่สุดท้ายคนก็ค้าขายไม่ได้เหมือนเดิม รัฐบาลต้องสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ให้เงินแล้วจบ มีคนตัวเล็กตัวน้อยเยอะ รัฐต้องคิดว่าทำอย่างไรให้คนได้สะดวกสบายได้รวยมากขึ้น เช่น ชาวบ้านขายข้าว เราจะสร้างแพลตฟอร์มให้คนทั้งประเทศหรือทั้งโลกเป็นลูกค้าได้ไหม
“เวทีเศรษฐกิจในต่างประเทศสำคัญมาก เราต้องคุยต้องแลกเปลี่ยนต่อรองกับต่างประเทศ เพราะฉะนั้นการทูตในเวทีต่างประเทศสำคัญ รัฐมีหน้าที่เป็นคนดูแลเจรจา อะไรปิดอะไรเปิดต้องคอยดู ไม่อย่างงั้นเราจะเสียเปรียบประเทศอื่น แล้วเราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้คนกล้ามาลงทุน กล้ามาเที่ยว”พี่โทนี่ขมวดทิ้งทาย

About the Author

You may also like these

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save