Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the gutener domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/thaiload/domains/wisdomthai.org/public_html/wp-includes/functions.php on line 6121
9ร9 - ปัญญาวุฒิ มูลนิธิ

9ร9

สัญลักษณ์ไปยาลน้อย”ฯ” เอาไม่อยู่ ต้องสัญลักษณ์ไปยาลใหญ่ ”ฯลฯ”เท่านั้น ทุกๆครั้งที่รำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9
พลันที่มโนสำนึกน้อมรำลึกถึงพระองค์…หลากพระราชอิริยาบถ..หลายพระราชกรณียกิจ…และพระราชจริยาวัตรเปี่ยมล้นด้วยน้ำพระราชหฤทัยหาที่สุดมิได้ของพระองค์จะสว่างไสวบันดาลความอิ่มเอิบอย่างไร้ขีดจำกัด….
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในความทรงจำของปวงชนจำนวนมาก อาจจดจ่ออยู่เฉพาะโครงการตามพระราชดำริ หรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีอยู่รวมกันกว่า 4,000 โครงการ ทั้งที่พระองค์ทรงปราดเปรื่องเป็นเอกอุในศิลปวิทยาการมากมายหลายสาขา รวมทั้งทรงเป็นองค์อัครศิลปิน ที่ไม่มีใครเสมอเหมือน
เมื่อครั้งที่ยังดำรงพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงมีกระแสพระราชดำรัสให้นิยามความหมายของศิลปินไว้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งถูกจารึกเป็นหลักฐานในหนังสือ”วรรณกรรมยอดเยี่ยม ในสมัยรัชกาลที่ 9 ตามแนวคิดศาสตร์พระราชา” ของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม….
“…ความเป็นศิลปิน หมายถึงความสามารถตามธรรมชาติ ที่จะเห็นความงามและคิดถึงความงาม เมื่อเกิดความคิดแล้วก็ต้องอาศัยวิชาความรู้หรือเทคนิค เช่นวิชาช่างเป็นต้น จึงแสดงออกมาเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม หรือศิลปกรรมในลักษณะอื่นๆได้…..การสร้างงานศิลปะทุกประเภท นอกจากจะต้องใช้ความฝึกหัดจัดเจนในทางปฏิบัติ ประกอบกับวิธีการที่ดีอย่างเหมาะสมแล้ว ศิลปินจำต้องมีความจริงใจและความบริสุทธิ์ใจในงานที่ทำด้วย จึงจะได้ผลงานที่มีค่าควรแก่การยอมรับนับถือ….”
ยิ่งไปกว่านั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสะท้อนความรักและความตระหนักในคุณค่าล้ำเลอค่าของภาษาไทยผ่านกระแสพระราชดำรัส ในโอกาสทรงร่วมประชุมวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2505 ซึ่งมีใจความสำคัญที่กินใจอย่างยิ่ง….
“ภาษาไทยนั้น เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องมือของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือเป็นทางสำหรับแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสวยงามอย่างหนึ่ง เช่นในทางวรรณคดีเป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้ดี …..เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้”
พระอัจฉริยภาพสาขาวรรณศิลป์:
หลายคนอาจไม่เคยซึมซับพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาด้านวรรณศิลป์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งที่พระองค์ทรงสร้างสรรค์ผลงานด้านวรรณศิลป์ทรงคุณค่าไว้ถึง 17 ผลงาน
“พระราชานุกิจรัชกาลที่8” คือผลงานวรรณศิลป์ชิ้นแรก ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งถ่ายทอดพระราชจริยาวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 8 และสะท้อนถึงสายใยความรักความผูกพันแนบแน่นระหว่างในหลวงรัชกาลที่ 8 และในหลวงรัชกาลที่ 9 กับพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ กระทั่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ที่ได้รับการเรียกขานเป็น “บทพระราชนิพนธ์แห่งความรักและผูกพัน”
ขอถือโอกาสนี้อัญเชิญเนื้อหาบางส่วน ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งดำรงอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชา ในรัชกาลที่ 8 ได้ทรงนิพนธ์ไว้ใน”พระราชานุกิจ รัชกาลที่ 8” มาให้ชื่นชมกันดังนี้….
“ตามปกติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรรทมตื่นเวลาเช้าระหว่าง ๘.๓๐ นาฬิกา นอกจากทรงมีพระราชกิจบางอย่าง เช่น เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมกรมกองทหารหรือสถานที่อื่น ๆ ก็ตื่นบรรทมเวลาย่ำรุ่ง หรือก่อนย่ำรุ่ง
เมื่อสรงและแต่งพระองค์แล้ว เสด็จมายังห้องพระบรรทมสมเด็จพระอนุชาและสมเด็จพระราชชนนีก่อน แล้วจึงเสด็จเสวยเครื่องเช้าพร้อมกันที่มุขพระที่นั่งด้านหน้าเวลาราว ๙.๐๐ นาฬิกา ถึง ๙.๓๐ นาฬิกา บางวันทรงพระอักษรหรือตรัสเรื่องต่าง ๆ กับสมเด็จพระราชชนนี
เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๐.๓๐ นาฬิกา ราชเลขานุการในพระองค์เฝ้าถวายหนังสือราชการทุกวันอังคารและวันศุกร์ ถ้ามีงานพระราชพิธีก็เสด็จพระราชดำเนินตามกำหนด
เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ทรงปฏิบัติพระราชกิจบ้าง ทรงสำราญพระราชอิริยาบถบ้าง สับเปลี่ยนกันเป็น วัน ๆ ดังนี้ คือ
๑. ทรงศึกษาภาษาไทยและพระพุทธศาสนา
๒. ข้าราชการในกระทรวงและกรมต่าง ๆ ผลัดกันเข้าเฝ้าถวายรายงานกิจการตามหน้าที่ บางวันมีพระบรมวงศานุวงศ์และผู้ทรงคุ้นเคยเข้าเฝ้า
๓. เสด็จพระราชพิธี
๔. ถ้าไม่มีการเฝ้าหรือพระราชกิจอื่นใดก็มักจะทรงพระอักษร บางวันทรงรถยนต์ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง
เวลา ๑๒.๓๐ นาฬิกา เสด็จลงเสวยพระกระยาหารกลางวัน พร้อมด้วยสมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระอนุชา เสวยเครื่องฝรั่งและไทย ส่วนเครื่องเสวยนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้ลดจำนวนโดยเฉพาะเครื่องฝรั่งซึ่งเคยตั้งโต๊ะเสวยมาก่อนนั้นลงบ้าง ด้วยทรงพระราชดำริว่ามากเกินไป โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ หรือผู้ที่ทรงคุ้นเคยร่วมโต๊ะเสวยด้วยในบางโอกาส บางวันเสด็จเสวยกลางวันอย่างปิคนิคที่ริมสระในสวนศิวาลัย
ตามธรรมดาเสวยเสร็จภายในเวลาประมาณ ๔๕ นาที แล้วเสด็จจากโต๊ะเสวย ทรงปราศรัยเรื่อง ต่าง ๆ กับผู้ที่มาร่วมโต๊ะเสวยต่อไป ถ้าไม่มีผู้ใดเฝ้าก็ทรงพักผ่อน
เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ทรงปฏิบัติพระราชกิจบ้าง ทรงสำราญพระราชอิริยาบถบ้าง ดังนี้
๑. ทรงศึกษาภาษาไทยและพระพุทธศาสนา
๒. ข้าราชการ ชาวต่างประเทศ หรือผู้ทรงคุ้นเคยเข้าเฝ้า
๓. หากไม่มีพระราชกิจอย่างหนึ่งอย่างใด ก็มักจะทรงสำราญพระราชหฤทัยกับสมเด็จพระอนุชา
เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา เสวยเครื่องว่างบนพระที่นั่งเป็นปกติ นอกจากบางครั้งเสด็จลงเสวยที่ริมสระน้ำในสวนศิวาลัย เสวยเครื่องว่างแล้วถ้าไม่มีงานพระราชพิธีหรือไม่ทรงมีพระราชกิจอื่นใด ก็เสด็จวังสระปทุมเฝ้าเยี่ยมสมเด็จพระอัยยิกาบ้าง เสด็จเยี่ยมพระประยูรญาติอื่นบ้าง มิฉะนั้นก็เสด็จประพาสพระนคร ทอดพระเนตรพระอารามและสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ถ้าไม่เสด็จประพาสหรือมีพระราชกิจอื่นใดก็มักจะเสด็จลงทรงสำราญพระอิริยาบถกับสมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระอนุชา หรือทรงกีฬาบางอย่างเพื่อเป็นการบำรุงพระราชอนามัย แล้วเสด็จขึ้นทรงพักผ่อนเวลาประมาณ ๑๘.๐๐ นาฬิกา
เวลา ๑๙.๓๐ นาฬิกา เสด็จลงประทับโต๊ะเสวยพร้อมด้วยสมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระอนุชา บางวันโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ทรงคุ้นเคยร่วมโต๊ะเสวยด้วย เสวยเสร็จแล้วทรงปราศรัยเรื่องต่าง ๆ กับผู้มาร่วมโต๊ะเสวยภายหลังเวลาเสวยแล้ว ทรงพระราชกิจเปลี่ยนแปลงเป็นวัน ๆ ดังนี้ คือ
๑. พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ หรือผู้ทรงคุ้นเคยเข้าเฝ้า
๒. ทรงพระสำราญในการดนตรีกับสมเด็จพระอนุชาพร้อมด้วยนักดนตรี หรือผู้สนใจในการดนตรีที่ เข้ามาเฝ้าร่วมด้วย
๓. บางวันเสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ ละคร หรือทรงฟังดนตรีในโรงละครสวนศิวาลัย
๔. บางวันเสด็จทรงรถพระที่นั่งประพาสพระนครเป็นไปรเวต บางทีทรงขับเอง
๕. บางวันทรงพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชาและมหาดเล็ก ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง
เมื่อเสร็จพระราชกิจแล้ว ทรงเปลี่ยนเครื่องแต่งพระองค์แล้วเสด็จมาเฝ้าสมเด็จพระราชชนนีก่อนบรรทม เสด็จเข้าที่พระบรรทมประมาณเวลา ๒๒.๓๐ นาฬิกา เป็นปกติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการเสด็จประพาสเยี่ยมประชาชนภายนอกเขตพระนคร ได้เสด็จตามท้องที่จังหวัดและอำเภอใกล้เคียง มีอำเภอสมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี พระประแดง ปากเกร็ด สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา และบางเขน ภายในเขตต์พระนครได้เสด็จประพาสเยี่ยม สำเพ็งเพื่อให้ประชาชนชาวต่างชาติได้เฝ้าด้วย
พระราชกิจที่ทรงปฏิบัติในระหว่างเวลาเสด็จประพาสมีดังนี้ คือ
๑. ทรงนมัสการพระพุทธรูปในพระอารามที่สำคัญในท้องที่
๒. เสด็จเยี่ยมสถานที่ราชการในท้องที่
๓. ทอดพระเนตรกิจการในสถานที่สำคัญ ๆ เช่น โรงงานและทอดพระเนตรการประกอบอาชีพ เช่น การทำนา การจับปลา การหัตถกรรมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ
๔. ทรงปราศรัยต่อประชาชนด้วยเครื่องกระจายเสียง
๕. ทรงปราศรัยต่อประชาชนเป็นรายบุคคล
๖. ทอดพระเนตรการเล่นหรือการแสดงถวาย
๗. พระราชทานรางวัลแก่ประชาชนที่นำของขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
ในการเสด็จประพาสทั้งทางบกทางน้ำนี้ เสด็จพระที่นั่งในเวลาเช้า บางครั้งก่อนเสวยเครื่องเช้า บางครั้งภายหลัง เมื่อเสด็จก่อนเครื่องเช้าก็มักจะเสวยแต่เพียงเล็กน้อยก่อนเสด็จ และเสวยเครื่องเช้าในเรือพระที่นั่งบ้าง หรือสถานที่ ๆ เสด็จประพาสบ้าง
เสวยเครื่องกลางวันประมาณเวลา ๑๒.๓๐ นาฬิกา หรือ ๑๓.๐๐ นาฬิกา โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมโต๊ะเสวยด้วย เสวยแล้วทรงพักผ่อนเล็กน้อยก่อนที่จะทรงปฏิบัติพระราชกิจต่อไปในตอนบ่าย เสด็จพระราชดำเนินกลับถึงพระบรมมหาราชวังเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา โดยมาก
ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค
13 ตุลาคม 2563
(ผลงานวรรณศิลป์ลำดับ ที่ 2 ของในหลวงรัชกาลที่ 9 คืออะไร…ติดตาม”9 ร. 9 “ตอนต่อไป)

About the Author

You may also like these

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save