Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the gutener domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/thaiload/domains/wisdomthai.org/public_html/wp-includes/functions.php on line 6121
ทีวีดิจิตอล เหมือนตู้ปันสุข..เหมือนตู้ละลายทรัพย์ (3) - ปัญญาวุฒิ มูลนิธิ

ทีวีดิจิตอล เหมือนตู้ปันสุข..เหมือนตู้ละลายทรัพย์ (3)

การแจ้งเกิดทีวีดิจิตอล บนสารพัดความไม่พร้อม เหมือนทารกถูกบังคับทำคลอดก่อนกำหนด ทำให้ทีวีดิจิตอลทะยอยป่วยกระเสาะกระแสะ แล้วค่อยๆยกระดับความรุนแรงของอาการเพิ่มมากขึ้นถึงขั้น”กล้ามเนื้ออ่อนแรง”…”หัวใจวายเฉียบพลัน” ทั้งที่แพร่ภาพออกอากาศไปได้ไม่กี่น้ำ….

“เจ๊ติ๋มทีวี” โดยคุณพันธ์ุทิพา ศกุณต์ไชย เจ้าแม่ทีวีพูล ประเดิมตัดช่องน้อย”จอมืด”แบบดูโอ 2 ช่อง คือช่อง 15 กลุ่มรายการเด็กและครอบครัว และช่อง 17 กลุ่มข่าว นำร่องไปก่อนใครเพื่อน โดยถือฤกษ์ปิดสวิตซ์ยุติการออกอากาศตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 25 ก.ค.2558 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลโดยสรุปรวบยอดคือ “กสทช.ไม่รักษาสัจจะในการแพร่สัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ก่อนการแพร่ภาพออกอากาศของผู้รับใบอนุญาต”

“เจ๊ติ๋ม” ไม่เพียง”หักดิบ” กสทช. ด้วยการหยุดออกอากาศ โดยไม่แยแสต่ออำนาจตามกฏหมายของ กสทช.เท่านั้น แต่ยังตั้งทนายความฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อเดือนมิ.ย.2558 เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กสทช.คืนเงินค่าต๋งทั้งหมดที่จ่ายไปแล้ว และให้ กสทช.คืนหนังสือสัญญาค้ำประกันทั้งหมดของธนาคารที่วางเป็นประกันไว้

ปฏิกิริยาห้าวเป้งของ”เจ๊ติ๋ม”ตอนนั้น ทำเอาคนในวงการทีวี รวมทั้ง กสทช.ช็อคไปตามๆกัน และหลายคนคาดเดาว่า….”เจ๊ติ๋มซวยแน่..ซวยแน่เจ๊ติ๋ม!!!”

เกือบ 3 ปีผ่านไป…ล่วงมาถึงเดือนมี.ค.2561 ศาลปกครองกลางออกคำวินิจฉัย”เป็นคุณ”ใหญ่หลวงต่อ”เจ๊ติ๋ม” สาระสำคัญของคำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง สั่งให้ กสทช.คืนหนังสือสัญญาค้ำประกันทั้งหมดของธนาคาร คิดเป็นวงเงินรวมกันกว่า 1,300 ล้านบาทแก่”เจ๋ติ๋ม”

ผลลัพธ์จากคำพิพากษาศาลปกครองกลาง กรณีพิพาทระหว่าง”เจ๊ติ๋ม” กับ กสทช. ในเวลาต่อมาได้กลายเป็นหัวเชื้อสำคัญที่ทำให้กสทช.ต้องจำใจยอมเปิดประตู”รับคืน”ใบอนุญาตก่อนครบกำหนด พร้อมกับพิจารณาจ่ายเงินชดเชย ควบคู่ไปกับการ”ยกเว้น”ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าใช้จ่ายในการแพร่ภาพออกอากาศ หรือที่เรียกขานกันทั่วไปในชื่อ” MUX” แบบ”เหมาเข่ง”ให้ทั้งหมด เป็นการ”สมนาคุณ”แก่ผู้รับใบอนุญาตที่”กัดฟัน”เดินหน้าประกอบกิจการต่อไปจนสิ้นอายุขัย ในปี 2572

แสงสว่างที่ปลายอุโมง ซึ่ง กสทช.เปิดช่องเอาไว้ มีผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลรวม 7 ช่อง พร้อมใจกันกระโจนเข้าใส่โดยไม่ชักช้า….

ทั้ง 7 ช่องที่ตัดสินใจ”ไม่ไปต่อ” และสมัครใจคืนใบอนุญาต แล้วรับเงินชดเชยตามที่ กสทช.กำหนด รวมกันประมาณ 4,000 ล้านบาทได้แก่ช่อง 13-14 กลุ่มรายการเด็กและครอบครัว…ช่อง 19-20-21 กลุ่มข่าว…ช่อง 26 และช่อง 28 กลุ่มวาไรตี้เอสดี

น่าสังเกตว่าผู้รับใบอนุญาตทั้ง 7 ช่อง ที่สมัครใจคืนใบอนุญาตยุติการประกอบการ มีขาใหญ่จากค่ายบีอีซี หรือ “ช่อง 3” อยู่ 2 ช่อง คือช่อง 13 และช่อง 28 ขณะเดียวกันก็มีค่ายเนชั่น-สปริงนิวส์ อยู่ 2 ช่องคือช่อง 19 กับช่อง 26 และมีค่ายอสมท. อีก 1 ช่องคือช่อง 14

ในที่สุดทีวีดิจิตอล ซึ่งประมูลกันดุเด็ดเผ็ดร้อนเพื่อชิงใบอนุญาต 24 ใบเมื่อปลายเดือน ธ.ค.2556 และกดปุ่มเริ่มต้นแพร่ภาพออกอากาศพร้อมกันเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2557 ยอมยกธงขาวไม่ไปต่ออีกแล้ว รวม 9 ช่อง…เหลือ 15 ช่อง คือ16-18-22-23-24-25-27-29-30-31-32-33-34-35-36 เลือกที่จะรับผลประโยชน์สมนาคุณมหึมามูลค่าเฉียด 33,000 ล้านบาทจาก กสทช. แล้วกัดฟันเดินหน้าผจญวิบากกรรมต่อไป…..

ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค1 ธ.ค. 2563

About the Author

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may also like these

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save